ผู้ผลิต ถุงยางอนามัย

ตามมาตรฐานสากล ISO 4074 : 2015

บริษัท เมดิเท็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด คือ ผู้ผลิตถุงยางอนามัย ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2554 เราคือหนึ่งในกลุ่มบริษัท Pond's Chemical (Thailand) ซึ่งเป็นผู้ผลิตยามานานกว่า 40 ปี และเป็นผู้ส่งออกยาคุมกำเนิดรายใหญ่ที่สุด 6 ปีติดต่อกัน. เราใส่ใจปฏิบัติทุกขั้นตอนการผลิตตามมาตรฐาน ISO 4074 , ISO9001 , ISO 13485 และ มาตรฐาน GMP.

ISO 13485 : 2016
ISO 9001 : 2015
GMP CERTIFICATE
CERTIFICATE OF MANUFACTURER

How to make condoms

> Mixing    : การผสมน้ำยางตามสูตร

> Dipping  : ขึ้นรูปถุงยางอนามัย

> Washing : ล้างถุงยางด้วยน้ำแป้ง

> Spinning : สลัดน้ำแป้งออกจากถุงยางอนามัย

> Drying    : นำถุงยางเข้าตู้อบ เพื่อทำให้แห้ง

> Electronic Test : ตรวจสอบรูรั่วทุกชิ้น ด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์

> Packing  : บรรจุถุงยางอนามัย

What We Test
ELECTRONIC TEST 
การทดสอบรูรั่วด้วยไฟฟ้า  ทำได้โดยใช้กระแสไฟฟ้าคัดเบื้องต้นเพื่อหารูรั่วบนถุงยางอนามัย 
BURST VOLUME TEST
การทดสอบปริมาตรและความดันขณะแตก โดยการอัดอากาศเข้าในถุงยางอนามัย
WATER TEST
การทดสอบรูรั่วด้วยน้ำ ทำได้โดยการเติมน้ำปริมาตรตามที่กำหนดลงในถุงยางอนามัยที่แขวนไว้ ตรวจหารอยรั่วซึมของน้ำผ่านผนังของถุงยางอนามัย

ถุงยางอนามัยชาย (Male Condom) โดยทั่วไปเกือบ 100% ถุงยางอนามัยชายทำจากยางธรรมชาติ (Latex) ทำให้มีราคาถูกและสามารถใช้ร่วมกับเจลหล่อลื่นที่มีส่วนผสมของน้ำได้ แต่ไม่สามารถใช้กับสารที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสม เพราะจะมีฤทธิ์กัดกร่อนทำให้เนื้อยางเสื่อมสภาพหรือฉีกขาดขณะใช้งานได้

สำหรับผู้ที่แพ้ยางธรรมชาติ ก็อาจเลี่ยงมาใช้ถุงยางอนามัยที่ผลิตจากสารสังเคราะห์ เช่น Polyurethrane ได้ ซึ่งจะมีราคาแพงกว่าและหายาก แต่ถุงยางชนิดนี้สามารถใช้ร่วมกับสารหล่อลื่นหรือตัวยาที่มีส่วนผสมของน้ำมันได้

ถุงยางอนามัยทั้งสองชนิดนี้สามารถป้องกันการตั้งครรภ์และการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์)ได้ดี

ถุงยางอนามัยอีกชนิดหนึ่งทำจากเนื้อเยื่อธรรมชาติ เช่น ลำไส้ใหญ่ของแกะ ปัจจุบันไม่แนะนำให้ใช้ เพราะเนื้อเยื่อจะมีรูพรุนเล็กๆอยู่ทั่วไป ทำให้ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้

 

ที่มาของข้อมูล : www.haamor.com

ถุงยางอนามัย (Condom) เมื่อเป็นสินค้าก็ย่อมมีการตลาด จึงต้องมีแบบต่างๆ ให้ลูกค้าเลือกมากมาย ตามความต้องการของลูกค้ารวมทั้งทำเพื่อเป็นจุดขายเพื่อการโฆษณาด้วย ถุงยางอนามัยที่ทำจากน้ำยางธรรมชาติชนิดเข้มข้นมีรูปแบบที่เกี่ยวกับลักษณะสำคัญ 6 เรื่องคือ

1. สารหล่อลื่น มีทั้งแบบแห้งคือไม่มีสารหล่อลื่น และแบบที่มีสารหล่อลื่น แบบที่มีสารหล่อลื่นก็ยังแบ่งเป็นแบบสารหล่อลื่นธรรมดา และแบบที่มีตัวยาฆ่าเชื้อ 


2. ลักษณะของก้นถุง แบ่งเป็นแบบก้นถุงมนแบบถุงกาแฟ (plain) และแบบถุงมีกระเปาะ หรือติ่ง (reservoir-ended or teat) เพื่อเป็นที่เก็บน้ำอสุจิ ซึ่งแบบนี้จะเป็นที่นิยมมากกว่า และวิธีการสวมใส่ก็แตกต่างกัน

3. รูปทรงของถุง แบ่งเป็นแบบทรงกระบอกตรงๆ (straight) และแบบลูกคลื่น (rippled)

4. ลักษณะผิว แบ่งเป็นแบบผิวเรียบ (smooth) และแบบผิวไม่เรียบ (textured)

5. สี อันนี้คงรู้จักกันดี มีทั้งแบบสีธรรมชาติของยาง และสีอื่นๆ

6. กลิ่นและรส มีให้เลือกทั้งกลิ่นรสมินต์ กลิ่นสตรอเบอรี่ กลิ่นมะนาว บางยี่ห้อมีกลิ่นทุเรียนด้วย การเติมกลิ่นและรสนี้เพื่อคนที่ใช้การร่วมเพศทางปาก (oral sex)
ขนาดของถุงยางอนามัย

 

ที่มาของข้อมูล : www.rakluke.com

ขนาดถุงยางอนามัยที่มีขายอยู่ในท้องตลาดทั่วๆไป แบ่งออกดังนี้

ขนาด 49 มิลลิเมตร (มีขนาดความกว้างเมื่อวางถุงยางที่คลี่แล้วแบนราบกับพื้น วัดจากขอบหนึ่งถึงขอบหนึ่ง 49 มิลลิเมตร มีขนาดความยาวไม่น้อยกว่า 160 มิลลิเมตร ขนาดนี้เหมาะกับคนไทยมากที่สุด)
ขนาด 52 มิลลิเมตร
ขนาด 53 มิลลิเมตร
ขนาด 54 มิลลิเมตร
ขนาด 56 มิลลิเมตร

 

ที่มาของข้อมูล : www.rakluke.com

สาเหตุของการล้มเหลวในการใช้ถุงยางอนามัย


1. การใช้ถุงยางอนามัยไม่สม่ำเสมอ นับเป็นสาเหตุสำคัญในการคุมกำเนิด ซึ่งอาจมาจากความไม่ร่วมมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือใช้ถุงยางอนามัยสลับกับการนับวัน หรือหลั่งภายนอ


2.การใช้ถุงยางอนามัยไม่ถูกวิธี เช่น คลี่ออกทั้งหมดก่อนสวมใส่ การใส่ผิดด้าน การใส่ที่ไม่เว้นส่วนติ่งไว้(คือดึงมาจนสุดไม่เหลือติ่ง) ไม่ไล่อากาศออกจากติ่งกระเปาะ ถูกเล็บหรือของมีคม(กรณีให้สาวใส่ให้) การนำกลับมาใช้ใหม่หลังจากที่ใช้ไปพักหนึ่งแล้วถอดออก การไม่จับขอบตอนถอนสมอ การใช้สารหล่อลื่นที่ไม่เหมาะสม หลั่งแล้วแช่นานจนนกเขาหลับ การใช้ไม่ถูกวิธีเหล่านี้นำมาซึ่ง การแตก รั่ว เลื่อนหลุดของถุงยางอนามัย หรือการการปนเปื้อนของน้ำอสุจิบริเวณช่องคลอด(หกปากถ้ำ)


3. การแตกของถุงยางอนามัย แม้ได้ระมัดระวังอย่างดีแล้ว อาจเกิดจาก

   - ใช้ไม่ถูกวิธี
   - พฤติกรรมทางเพศ ที่ไม่เหมาะสม เช่น ร่วมเพศอย่างเมามันรุนแรง ยาวนาน หรือ มีการเสียดสีอย่างมาก หรือช่องคลอดที่แห้งยังไม่พร้อมจะมีเพศสัมพันธ์ หรือช่องคลอดแห้งในสตรีวัยทอง
   - การใช้สารหล่อลื่นที่ไม่เหมาะสม
   - ใช้ขนาดของถุงยางอนามัยไม่เหมาะสม
   - คุณภาพของถุงยางอนามัยไม่ดี ปกติถุงยางอนามัยที่มีจำหน่ายในตลาดเมืองไทย เขาก็ผลิตดี ได้มาตรฐาน ISO กันทั้งนั้น มีอายุเก็บไว้ได้นานถึง 5 ปี นับแต่วันที่ผลิตถ้าเก็บไว้อย่างถูกต้องและเหมาะสม แต่ที่คุณภาพมันแย่ ก็มักเกิดขึ้นหลังจากผลิตออกมาแล้วทั้งสิ้น เช่น เก็บไว้แล้วโดนแสงแดด หรือโดนแสงนีออนนานๆ ความร้อน ความชื้น โอโซน ความเค็มของอากาศชายทะเล ล้วนเป็นเหตุให้ถุงยางอนามัยเสื่อมคุณภาพก่อนหมดอายุได้ทั้งสิ้น แต่ที่ร้ายที่สุดก็คือพวกที่ชอบพกถุงยางอนามัยไว้ในกระเป๋าตังนี่ซิ แค่เดือนเดียวก็หมดสภาพแล้ว

4. การเลื่อนหลุดของถุงยางอนามัยแม้ได้ระมัดระวังอย่างดีแล้ว

 

ที่มาของข้อมูล : www.rakluke.com

มีวิธีปฏิบัติเมื่อถุงยางอนามัยชายชำรุดอย่างไร?

ถึงแม้จะปฏิบัติอย่างถูกต้องทุกอย่างแล้ว โดยทั่วๆไป ก็มีโอกาสที่ถุงยางอนามัยจะฉีกขาด รั่ว หรือหลุดในระหว่างการร่วมเพศได้ถึง 2% จึงจำเป็นต้องมีถุงยางอนามัยสำรองไว้หลาย ๆอัน เพื่อจะได้เปลี่ยนทันทีที่เกิดปัญหาหรือต้องการร่วมเพศซ้ำอีก

เมื่อถอนอวัยวะเพศออกมาทั้งหมดแล้ว ก็รูดถุงยางอนามัยออกได้ ในกรณีที่ถุงยางอนามัย รั่ว ฉีกขาด หรือหลุด ฝ่ายหญิงต้องรีบรับประทานยาคุมกำเนิดฉุก เฉินทันทีเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ (กรณีคุมกำเนิดด้วยถุงยางอนามัยชายเพียงวิธีเดียว) และควรทำความสะอาดอวัยวะเพศภายนอกทั้งสองฝ่ายด้วยน้ำสบู่ ทำความสะอาดอย่างนุ่มนวลไม่ให้เกิดบาดแผล ฝ่ายหญิงไม่ควรสวนล้างภายในช่องคลอด เพราะอาจทำให้เชื้อโรคเข้าไปในโพรงมดลูกง่ายขึ้น การใส่ยาฆ่าอสุจิ (Spermicide) ในช่องคลอดทันที ก็อาจช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้

 

ที่มาของข้อมูล : www.haamor.com

ข้อดีของการใช้ถุงยางอนามัย คือ

1. สามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้ทันทีเมื่อหยุดใช้และต้องการมีบุตร
2. ราคาไม่แพง และหาซื้อได้ง่ายตามร้านทั่วไป เช่น ร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อตลอด 24 ชั่วโมง 3. ศูนย์อนามัยหรือโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งก็มีแจกฟรีด้วยซ้ำไป
4. สามารถพกติดตัวได้ง่ายทั้งชายและหญิง
5. ไม่มีภาวะแทรกซ้อน/ผลข้างเคียงหรือผลของฮอร์โมนเหมือนยาคุมกำเนิดชนิดกินหรือฉีด
6. ช่วยป้องกันภาวะหลั่งเร็วในผู้ใช้บางราย จึงช่วยยืดเวลาแห่งความสุขให้ยาวนานขึ้น

 

ข้อเสียของการใช้ถุงยางอนามัย คือ

1. ผู้ใช้หลายคู่อาจไม่พอใจเพราะรู้สึกมีถุงยางอนามัยขวางกั้นความสุขและความแนบแน่น
2. อารมณ์สะดุดจากการเสียเวลาใส่ถุงยางอนามัย อารมณ์ไม่ต่อเนื่อง บางรายถึงกับอวัยวะเพศอ่อนตัวไปเลยก็มี
3. ต้องได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย จะต้องการใช้ฝ่ายเดียว เช่น ฝ่ายหญิงอยากให้ใช้ แต่ฝ่ายชายไม่ยินยอมก็อาจไม่สามารถใช้ได้
4. บางรายอาจเกิดปัญหาจากการใช้ เช่น แพ้ยางธรรมชาติ หรือถุงยางอนามัยมีขนาดไม่พอดี ก็อาจไม่มีความสุขในการใช้ และอาจหลวมหลุดหรือฉีกขาดได้

 

ที่มาของข้อมูล : www.haamor.com

Powered by MakeWebEasy.com